Monthly Archives: กรกฎาคม, 2013

เพลง การบริหารจัดการชั้นเรียน

รายงานสีเหลือง เรื่อง การบริหารจัดการชั้นเรียน

 การจัดการชั้นเรียน ตอน การตั้งกฎในห้องเรียน

            การตั้งกฎในห้องเรียนเป็นสิ่งที่ดี ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา ดังที่ รศ.สมศรี เพ็ชรยิ้ม กล่าวเป็นจัดการตามความต้องการของนักเรียนเอง สามารถจริยธรรมที่นักเรียนต้องการเองได้ ผมในฐานะที่สอนนักเรียน ระดับ ประถม และมัธยม มีปัญหาการจัดการในห้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าเด็กไม่ตั้งเรียน เล่นในห้องเรียน บางครั้งแก้ปัญหาได้ บางครั้งก็แก้ปัญหาไม่ได้ คิดว่าแนวคิดในครั้งนี้จะนำไปลองใช้ในห้องเรียน และคิดว่าน่าจะสร้างบรรยากาศการเรียนสนุกสนาน และให้มีความสุข ทั้งผู้เรียน และผู้สอน เป็นการจัดชั้นเรียนที่มีระบบขั้นตอนการวางแผน มีการศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็น ผู้เรียนสร้างการอยู่ร่วมกันในชั้นเรียน

          –  ตั้งกฎที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ 

         -   กฎที่จุกจิกไร้เหตุผลไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง  และอาจสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา

         -   เขียนกฎในแง่บวก

         -   พยายามให้เด็กพูดว่าฉันจะทำอย่างนี้ฉันจะทำอย่างนั้นมากกว่าพูดว่าห้ามทำแบบนี้ ห้ามทำแบบนั้น

         -   กฎที่นักเรียนคิดขึ้นมาเองร่วมกับครูประจำชั้น

        ทั้งหมดประกอบขึ้นร่วมกันและพัฒนาไปสู่สิ่งที่เราทุกคนพอใจ   ทุกๆต้นปีการศึกษา นักเรียนจะเลือกกฎ 3-4 ข้อ ที่นักเรียนอยากได้จริงๆ  สำหรับใช้ในห้องของตน  เป็นกฎพิเศษสำหรับห้องเรียนของเขาและสำหรับทุกคนที่เข้ามาในห้องนี้  หลังจากนั้นให้เด็กร่วมกันตั้งกฎ  ดังนั้นนี่คือกฎของคาวลีย์  เรื่องกฎ

          1.  ตั้งกฎง่ายๆ( Keep  them  simple)

          2.  เขียนกฎในเชิงบวก(Make  them  positive)

          3.  อย่ามีหลายข้อเกินไป( Do  not  have  too  many )

         4.  ให้ทั้งโรงเรียนมีส่วนร่วม(Involve  all  the  school)

             อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู  โดยรศ.สมศรี    เพ็ชรยิ้ม  รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและวิจัยด้านอนุบาลโรงเรียนสาธิตวิทยา

**************************************************************

การจัดการในชั้นเรียน ตอนออกกำลังกาย ได้กำลังสมอง

              ฮิลลารี เวดครูชั้นประถม 6 ร.ร.วิเทอร์สโลว เมืองวิวไชร์ เช้านี้ห้องเรียนของเธอจะสอบคณิตศาสตร์เธอเตรียมความพร้อมให้เด็กๆด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา เด็กในห้องของฮิลลารีกำลัง ‘‘ออกกำลังสมอง’’โดยออกกำลังกายที่เรียกว่าตื่นแล้วขยับตื่นแล้วขยับคือการออกกำลังกายที่รวม 2อย่างเข้าด้วยกันมีเด็กน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นทำให้รัฐบาลต้องใส่ใจเรื่องนี้โดยให้เด็กออกกำลังกายมากขึ้นนอกเหนือจากตอนเรียนพลศึกษาในขณะเดียวกัน การออกกำลังสมองช่วยเรื่องเรียนของเด็กได้มาก กิจกรรมของ ร.ร.วิเทอร์สโลว รวมการออกกำลังของกายและสมองเข้าด้วยกัน

มี 3 หลักความคิดหลัก  

            1.  อย่างแรกคือให้ออกซิเจนไหลทั่วร่างกายและสมองเพราะดีต่อการเรียนของเด็ก

            2.  คือเพิ่มพลังงานให้เด็กๆรวมการทำงานของสมองซีกซ้ายและขวาด้วยกัน เราเคลื่อนไหวท่าต่างๆโยกซ้ายขวาพอทำแบบนั้นไปเรื่อยๆจะเรียนได้ดี

            3.  สุดท้ายคือ ความสนุกเมื่อสนุก คุณจะรู้สึกดี

ทุกวันตอนเช้าต้องออกกำลังกาย 10 นาทีการออกกำลังกายเป็นที่สิ่งสำคัญที่ ร.ร.อีดใช้พัฒนาการเรียนรู้ของสมองแต่ละวันเราจะใช้เด็กทำกิจกรรมต่างกัน เราให้เด็กเต้นแอโรบิก วิ่งรอบสนามพยายามให้แต่ละวันมีกิจกรรมหลากหลายน่าสนใจที่เด็กร่วมมืออย่างเต็มที่ทุกอย่างเริ่มจากตรงนั้นและเด็กสนใจเราจึงจ้างครูฝึกกีฬา 2 คนมาสอนเด็กๆได้3ปีแล้วเขาเริ่มสอนเด็กๆชั้นโตก่อนสอนทักษะออกกำลังกายแบบง่ายๆกระโดดเหมือนม้า ข้ามสิ่งกีดขวาง กระโดดเชือกออกกำลังกายเป็นกลุ่ม เข้ากระตุ้นเด็กๆร่วมเล่นกับเด็กตอนเวลาเล่นหรือพักกลางวัน คุณคงเห็นว่าเด็กผู้ชายชอบกระโดดเชือก เราพยายามให้เด็กชายที่เรียนไม่ค่อยดีออกกำลังกาย ถ้าเรียนไม่ดีเท่าเด็กหญิงจะพัฒนาได้โดยการกระโดดเชือกเพราะเด็กชายชอบเล่นด้วยกันอยู่แล้ว พร้อมไหม หนุ่มน้อยทำให้เราดูหน่อยว่ากระโดดได้ เข้าต้องแกว่งข้ามหัวแล้วกระโดดข้าม พวกเขาเริ่มกระโดดเป็นแล้วเด็กบางคนตื่นเต้นแต่ก็กล้าที่จะลองทำหลังจากนั้น ก็รู้ตัวว่ากระโดดเชือกอยู่สีหน้าของเขาบอกว่า เขาภูมิใจมากที่ทำได้ พอบอกว่าการพัฒนามวลกระดูกสำคัญกับเด็กหญิงและกิจกรรมง่ายๆเช่น กระโดดเชือกช่วยได้เยอะ เด็กโรงเรียนอีดทุกคนกระโดดเชือกแม้กระโดดไม่เก่ง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง ครูหวังว่า เด็กทุกคนกระโดดเชือกเป็นความหวังนั้นกลายเป็นวัฒนธรรมในโรงเรียน ในฐานะครู หลังจากให้เด็กกระโดดเชือกฉันเห็นว่าเด็กมีสมาธิมากขึ้นเวลามาเรียนเหมือนได้กำจัดความขี้เกียจ ลุกลี้ลุกลนและได้ใช้พลังงาน จึงมีสมาธิมากขึ้นเวลาอยู่ในห้องช่วยให้เด็กภูมิใจและมั่นใจในตัวเองมากขึ้นโดยเฉพาะเด็กที่เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องจะรู้สึกภูมิใจว่าทำอะไรบางอย่างสำเร็จเด็กมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นเพราะครูฝึกสอนแค่ทักษะเบื้องต้นแล้วเด็กต่อยอดเองรวมท่าต่างๆเข้าด้วยกันคิดท่าประจำตัวขึ้นมาเองฉันจึงคิดว่าช่วยพัฒนาสมองของเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ขึ้น

จุดเด่น

                 ประเด็นที่น่าสนใจคือการพยายามให้เด็กประถมที่มีพลังงานเยอะได้ดึงพลังงานมาใช้ก่อนเรียนและมีความสุขและสนุกกับการออกกำลังกายเนื่องจากการออกกำลังกายได้ทำให้ฮอร์โมนแหล่งความสุขสบายหลั่งทำให้เด็กรู้สึกสนุกและสบายพร้อมกับเปิดรับการการเรียนรู้ในแต่ละวันถ้ามีการออกกำลังกายที่เหมาะสมสมองก็จะพัฒนาและครูก็ร่วมออกกำลังกายด้วยทำให้เด็กมีความสุขสนุกกับการเรียน

การประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม                                                                 

                1.  ใช้ออกกำลังกายในช่วงเช้าก่อนเรียนคาบแรกน่าจะเหมาะสมพร้อมทั้งออกกำลังกายประกอบการดนตรีเป็นการออกกำลังกายเบาๆมากกว่าออกอย่างเรียกเหงื่อ

                2.  ครูทุกคนในชั้นเรียนก็สามารถออกกำลังกายพร้อมกับนักเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งครูและนักเรียน3.การทำกิจกรรมควรทำด้วยความสุขและความสนุกเป็นที่ตั้งไม่ทำเพราะความจำใจ

เงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ                                                                

               1.  การเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายของครูและผู้บริหารทำให้ดำเนินการได้อย่างสำเร็จ

               2.  การเข้าใจถึงพัฒนาการในวัยของเด็กที่มีพลังงานอย่างมากควรได้ดึงมาปลดปล่อยพร้อมทั้งทำให้สร้างสมองสร้างสมาธิอันเป็นความรู้ที่ครูมีและนำมาปฏิบัติจึงทำให้งานลุล่วง

ข้อถึงระวังในการนำไปใช้                                                                                      

               1.  อากาศของเมืองไทยเป็นเมืองร้อนถ้าจะออกกำลังกายต้องนำมาประยุกต์ให้พอเหมาะถ้ามากเกินกับอากาศเมืองไทยเด็กอาจไม่มีความสุขร้อนเหนียวตัวเรียนไม่สนุก ต้องหากิจกรรมที่เบาๆ

              2.  การเต้นในชั้นเรียนอาจไม่เหมาะในโรงเรียนที่เป็นไม้เพราะรบกวนห้องข้างๆ ถ้าจะให้ดีควรออกก่อนขึ้นชั้นเรียนจะดีกว่า

              3.  ความร่วมมือของครูผู้สอนบางทีครูก็ไม่อยากเหงื่อออกตั้งแต่คาบแรกต้องชี้อธิบายให้เข้าใจและเห็นความสำคัญจึงจะดำเนินการได้

              อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู  โดย รศ. สมศรี    เพ็ชรยิ้ม  รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและวิจัยด้านอนุบาลโรงเรียนสาธิตวิทยา

**************************************************************

การจัดการชั้นเรียน :  วันเปิดเทอม ตอน 1

                ดร.ปฤษณา ชนะวรรษ ได้วิเคราะห์วิธีการที่คุณครูจัดการชั้นเรียนในวันเปิดเทอม  เช่น วิธีการที่ครูสร้างสัมพันธภาพกับนักเรียน การปรับพฤติกรรมนักเรียน เป็นต้น เพื่อเป็นประโยชน์ให้เพื่อนครูได้นำไปปรับใช้กับการจัดการชั้นเรียนในวันเปิดเทอมใหม่

จุดเด่น

เป็นการนำเสนอการจัดการในชั้นเรียนในวันเปิดเทอมสำหรับเด็กประถมศึกษาที่เน้นการเตรียมชั้นเรียนสำหรับการเรียนในภาคการศึกษาต่อไปการเกิดสัมพันธภาพระหว่างครูกับนักเรียนในชั้นเรียนใหม่ที่แปลกไปจากเดิมเท่าทีที่ครูมีต่อเด็กนักเรียนที่ทำให้รู้ว่าชั้นเรียนไม่ใช่ของครูแต่เป็นชั้นเรียนร่วมกันของนักเรียน…การบอกการดำเนินการในชั้นเรียนให้นักเรียนรับฟังบอกให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงข้อกำหนดในชั้นที่นักเรียนเป็นผู้กำหนดแล้วต้องรับผิดชอบรวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆที่ครูใช้ในห้องเรียนที่เกิดขึ้น

การประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม

           1.  การนำกระบอกสายฝนมาใช้เป็นการเรียกให้เด็กกับมาสู่ความสนใจเป็นการประยุกต์ใช้ที่น่าสนใจสำหรับเด็กตอนต้นเพราะแตกต่างจากทั่วไปคือการใช้เสียงดังหรือเสียงตะโกนของครู หรือการปรบมือที่ใช้อยู่ทั่วไป

           2.  การสร้างข้อตกลงของสิ่งต่างๆที่ควรมีในชั้นเรียนจากการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนนั้นสามารถนำไปใช้ได้เป็นอย่างดีเนื่องจากนักเรียนจะรู้สึกมีส่วนร่วมในชั้นเรียน

           3.  การเตรียมชั้นเรียนที่ดีในวันเปิดเทอมเป็นสิ่งที่ช่วยให้ครูสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันแรกทำให้การเรียนการสอนในครั้งต่อไปราบรื่นขึ้นจึงควรนำใช้เพราะต่างจากเมืองไทยที่มักเห็นว่าคาบแรกไม่สำคัญแนะนำตัวแล้วปล่อยพักเลย

เงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

           1.  ความตั้งใจของครูประจำชั้นที่ต้องการสร้างชั้นเรียนที่มีความพร้อมสำหรับการเรียน การเตรียมตัวและทำการบ้านมาอย่างดีของครู ทำให้เกิดความสำเร็จอย่างยิ่ง

           2.  การสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนจากสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูกับนักเรียนการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนทำให้เกิดการเรียนการสอนที่ดี

           3.  ประสบการณ์ในการจัดชั้นเรียนของครูประกอบกับการใส่ใจที่จะสอนและเห็นความสำคัญของวันเปิดเทอมวันแรกเป็นสิ่งที่สร้างประสบการณ์ที่ดีในชั้นเรียนของเด็กทำให้เด็กมีความสุขกับการเรียนและอยากมาเรียนทุกวัน

ข้อพึงระวังในการนำไปใช้

            เมื่อมาใช้กับคนไทยควรระวังเด็กไทยไม่ค่อยแสดงออกไม่กล้าที่จะบอกความต้องการของตนเอง   ครูไทยก็มักคิดว่าตนมีความสามารถในการปกครองชั้นเรียนได้ดีแล้วในชั้นครูใหญ่สุดเลยทำให้ไม่เกิดบรรยากาศที่ดีในการเรียนเกิดช่องว่างระหว่างครูกับนักเรียนอันนี้ต้องระวัง

สรุป วิดิทัศน์จากโทรทัศน์ครู

            ในวันแรกของเปิดเทอมครูไม่สามารถรู้ว่านักเรียนคนนี้ คนนั้น มีลักษณะนิสัยอย่างไร  ฉะนั้นอันดับแรกที่ควรจะทำ  คือ การยิ้ม  การคุยกันแต่ไม่สมควรคุยแบบทางการมาก เพราะการพูดคุยแบบทางการจะทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย  และตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นคำถามทั่วๆไป เรื่องรอบ ๆตัว หรือแม้กระทั่งอยากเรียนหรือเปล่า เพื่อที่จะสังเกตพฤติกรรมของตัวเด็ก  การตอบสนองของนักเรียน  และสิ่งที่ครูเตรียมในการสอนวันแรกคือ  การเตรียมใจที่จะรับทุกสิ่งทุกอย่างแล้วสร้างกติกาขึ้นมา  การสบตานับว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง  เพราะจะทำให้ครูและนักเรียนรู้จักกัน แม้ว่ายังไม่ได้พูดคุยกันเลย

            อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู  โดย  ดร.ปฤษณา ชนะวรรษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

**************************************************************

การจัดการชั้นเรียน  :  ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ฉบับไม่ตัดต่อ ตอนที่  3

              รายการตอนนี้นำเสนอวิชาวิทยาศาสตร์เตรียมสอบจบภาคบังคับต่อเนื่อง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนโรงเรียนเฮย์ดัน ในเมืองฮิลลิงดอน กำลังศึกษาเรื่องไขมัน และเกลือในอาหาร บทเรียนนี้ได้รับการบันทึกวิดีโอโดยไม่มีการตัดต่อจึงเป็นทรัพยากรการสอนที่เหมาะมาก เนื่องจากโดยปกติค่อนข้างเป็นเทคนิคที่ยากสำหรับโรงเรียน ในการดำเนินการด้วยตนเอง ครูแนะนำวิดีโอ อธิบายวัตถุประสงค์ของบทเรียน และเริ่มบทเรียนด้วยการเกริ่นนำถึงหัวข้อ อธิบายต่อจากบทเรียนก่อนหน้า หรือทบทวน ภาพในวิดีโอจะแบ่งเป็น 2 กล้อง กล้องตัวแรกจะจับไปที่ครู และอีกตัวจะบันทึกภาพทั้งห้องเรียน หลังจบบทเรียน ครูจะให้ความเห็นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ขอบเขตที่ครอบคลุมวัตถุประสงค์ และลำดับขั้นตอนต่อไปที่จะทำสำหรับหัวข้อนี้

               ประทับใจที่สุดคือเทคนิคการถามและการตอบของคุณครูเพราะเมื่อผลการทดลองไม่ได้เป็นตามที่วางแผนครูก็จะให้นักเรียนค้นหาคำตอบว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และที่ประสบความสำเร็จก็จะเข้าสู่บทเรียนต่อไปเสียดายที่ไม่มีตอนที่ 4 อย่างไรก็ตามมีแนวทางหนึ่งที่ครูไทยควรนำไปปรับใช้ทุกครั้งเมื่อจะสิ้นสุดเวลา โดยให้เขียนสิ่งที่ได้ทำอะไรในวันนี้ ได้เรียนรู้อะไรในวันนี้ อยากเพิ่มอีกคำถามว่า แล้วนักเรียนต้องการจะเรียนรู้อะไรต่อไป  ครูใช้วิธีการถาม – ตอบ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ความสนใจของนักเรียนอยู่กับเนื้อหาที่กำลังทำการเรียนการสอน ครูรับฟังความคิดเห็นและคำตอบของนักเรียนทุก ๆ คน โดยไม่ปิดกั้นและไม่ได้ให้ความสนใจอยู่แต่คำตอบที่ถูกต้องเท่านั้น ครูไม่ตอบคำถามของนักเรียนทันทีแต่ใช้คำถามถามกลับนักเรียนเพื่อให้นักเรียนตอบออกมาและคำตอบของนักเรียนคือสิ่งที่นักเรียนต้องการจากครูนั่นเอง การสรุปในตอนท้ายของกิจกรรมการเรียนการสอนทำให้นักเรียนได้ทราบว่าจะต้องทบทวนหรือเตรียมตัวอย่างไรในการเรียนครั้งต่อไป

               ดิฉันคิดว่ารายการนี้เป็นการจัดการเรียนการสอนสาระวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษา ด้วยกิจกรรมการตอบคำถาม การกระตุ้นให้ผู้เรียนคิด กิจกรรมการทดลอง และกิจกรรมกลุ่ม โดยแสดงตัวอย่างแบบไม่ตัดต่อคือให้ผู้ชมดูรายการการจัดการเรียนการสอนทั้งคาบเรียน รายการเริ่มต้นด้วยการให้ให้ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์กล่าวถึงความสำคัญของเนื้อหาวิทยาศาสตร์ ว่า ควรฝึกผู้เรียนให้รู้จักคิด เพราะวิทยาศาสตร์นั้นเป็นการเรียนสิ่งที่อยู่รอบตัวผู้เรียนที่ไม่ใช่แค่ให้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร แต่เป็นการเรียนเพื่อให้รู้ว่าทำไมสิ่งที่อยู่รอบตัวเราจึงเป็นไปเช่นนั้นมีข้อเท็จจริงใดพิสูจน์ได้บ้าง จากนั้นครูให้ผู้เรียนอภิปรายร่วมกันในกลุ่มในหลายประเด็น เช่น ทำไมต้องประหยัดพลังงาน ฯลฯ จากนั้นครูให้ผู้เรียนทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยครูทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วผู้เรียนทำตาม ระหว่างผู้เรียนทำการทดลองในกลุ่ม ครูเดินดูการทำงานของผู้เรียนและช่วยชี้แนะ และกระตุ้นการทำงานของผู้เรียนในทุกกลุ่ม โดยครูกำหนดเวลาที่จำกัดในการทำงานเพื่อให้ผู้เรียนทำงานได้ทันเวลา ผู้เรียนบันทึกผลการทดลองลงใบงานที่ครูแจกให้ ครูใช้วิธีสร้างวินัยให้ผู้เรียนในขณะที่ครูเปลี่ยนกิจกรรมด้วยการยกมือและให้ผู้เรียนพร้อมต่อการเปลี่ยนกิจกรรมใหม่ในแต่ละช่วงของการสอนด้วย เป็นการสอนที่ดีมาก

              อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู โดย Dave  Dennis  หัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเฮย์ดัน เมืองฮิลลิงดอน

**************************************************************

การจัดการชั้นเรียน:ภาษาอังกฤษกับสื่อ มัธยมศึกษา สอนการใช้สื่อ 1 ผลิตผลงานในชั้นเรียน

              คุณทำอย่างไรให้ชั้นเรียนที่มีนักเรียน 30 คน เรียนรู้ทักษะการสร้างเรื่องสยองขวัญเป็นภาพยนตร์ เอมมา บุลเป็นครูวิชาสื่อ และภาษาอังกฤษ ที่วิทยาลัยชุมชนพาร์กไซด์ซึ่งเป็นวิทยาลัยศิลปะที่เชี่ยวชาญด้านสื่อในเมืองเคมบริดจ์ติดตามรายการไปชมการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตลอด 1 วันเราได้เห็นชั้นเรียนวิเคราะห์ วางแผน ถ่ายทำ และแก้ไขลำดับเหตุการณ์โดยอ้างอิงจากละครเกี่ยวกับโรงพยาบาล เช่น Casualty เอมมา ใช้กล้องฉายผ่านกระดานอินเตอร์แอกทีฟเพื่อจำลองการวางแผนโดยแก้ไขได้จากในกล้อง เราได้เห็นนักเรียนกลุ่มเล็ก ๆทำงานร่วมกันในห้องเรียนและในสถานที่ถ่ายทำรอบ ๆ โรงเรียนเพื่อสร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้นที่น่าสนใจเรายังได้ฟังเจมส์เดอร์แรนครูชำนาญการพูดเรื่องวิธีการผลิตสื่อที่สามารถกระตุ้นส่งเสริมการทำงานด้านภาพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและสามารถพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ และความร่วมมือของนักเรียน

จุดเด่น

                -  มีการบูรณาการวิชาภาษาอังกฤษ การสร้างสื่อและการละครเพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาส ใช้ภาษาในสถานการณ์จริงฝึกทักษะการสื่อสารกับผู้อื่น การวางแผนการทำงาน การคิดเชิงสร้างสรรค์การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา ฯลฯ

                –  ผู้สอนมีการนำเสนอขั้นตอนต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนโดยเริ่มจากการตั้งคำถามจากตัวอย่างและให้ผู้เรียนช่วยกันคิดวิเคราะห์แสดงความคิดเห็น แทนที่จะบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะทำและจบด้วยการให้ผู้เรียนประเมินตนเองและสะท้อนการเรียนรู้และการกิจกรรมที่ผ่านมาซึ่งเป็นการเสริมสร้างการเรียนรู้แบบพึ่งตนเองได้เป็นอย่างดี

การประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม

                    การเรียนการสอนในคลิปมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการสอนหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นกล้องวีดิโอหรือกระดานอัจฉริยะซึ่งเป็นไปได้ยากที่ทุกโรงเรียนจะมีอุปกรณ์ครบทุกอย่างเหมือนในคลิปดังนั้นผู้สอนควรประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ภายในโรงเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

                  –  ผู้สอนควรจะปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคนที่กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออกในสิ่งที่สมควร

                  -  ผู้สอนควรจะยอมรับฟังความคิดเห็นหรือการแสดงออกของผู้เรียน

                  –  ผู้สอนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีต่างๆทำให้ผู้เรียนรู้สึกมั่นใจในตัวผู้สอนและเชื่อมั่นว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ยากและตนเองสามารถทำได้เช่นกัน

ข้อพึงระวังในการนำไปใช้

                  หัวข้อที่ใช้เป็นหัวข้อให้ผู้เรียนสร้างสื่อเกี่ยวข้องกับการได้รับบาดเจ็บหัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากเพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวผู้เรียนถ้ามองในแง่ของการเรียนรู้การให้ผู้เรียนสร้างสื่อในหัวข้อนี้จะทำให้ผู้เรียนตระหนักว่าอุบัติเหตุหรือการได้รับบาดเจ็บเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแต่บางครั้งอาจจะมีเหตุการณ์ที่ผู้เรียนคาดไม่ถึงอาจจะทำให้ผู้เรียนได้รับบาดเจ็บได้ ถึงแม้ว่าพวกเค้าจะวางแผนมาเป็นอย่างดีและมีการใช้มุมกล้องช่วยในการถ่ายทำ

ข้อจำกัด

                   สำหรับนักเรียนไทยมีข้อระเบียบ กฎเกณฑ์มากมาย บางครั้งก็เป็นการปิดกั้นความคิด การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งนักเรียนไทยจะเน้นแต่การเรียนรู้ในชั้นเรียน ในห้องเรียน สื่อเทคโนโลยีมีน้อย ทำให้ความก้าวหน้า ความคิด อาจไม่ก้าวทันเด็กต่างประเทศ

สรุป วิดีโอจากโทรทัศน์ครู

                    วิดีโอนี้เป็นสื่อการเรียนและการสอนที่ดี ตั้งแต่การวางแผนการทำงานของคุณครู โดยการให้นักเรียนทำงานกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันคิดวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการทำงานทุกคน อีกทั้งยังใช้สื่อ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับวิชาเรียน เช่น การใช้กล้อง Camera อาจใช้เป็นของส่วนรวม สอนวิธีใช้อย่างเป็นระบบ ยังให้นักเรียนลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ทั้งการจับ การซูม เป็นต้น หรืออาจจะเป็นการแสดง มีผู้กำกับ และระหว่างเรียน นักเรียนก็สามารถถามคุณครูได้ตลอดเวลา คุณครูได้สังเกตการณ์ทำงานของนักเรียนแต่ละคนอย่างใกล้ชิด แนะนำ และยังช่วยพัฒนาความคิดวิเคราะห์ แยกแยะ และสร้างสรรค์งานให้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาในการเรียนการสอนถึง 2 วัน นักเรียนชั้นมัธยมจะเป็นนักเรียนที่มีความสามารถ ช่างคิด ช่างจินตนาการ และพัฒนาสมองได้เร็วมาก ครูจึงสอนได้ง่าย และใช้สื่อประกอบการสอนอย่างมีประสิทธิภาพการบริหารในชั้นเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 เป็นการวางแผนที่ทำให้การเรียนของนักเรียนมีประสิทธิภาพขึ้น รวดเร็ว ประหยัดเวลา ตลอดจนแสดงถึงศักยภาพการเรียนรู้ของนักเรียน สามารถประเมินผลได้ง่าย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้สูง

                   อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู  โดย  เอมมา บุล เป็นครูวิชาสื่อ และภาษาอังกฤษ ที่วิทยาลัยชุมชนพาร์กไซด์

**************************************************************

การจัดการชั้นเรียน :  การใช้หุ่นมือ

                  การใช้หุ่นมือเหมาะสำหรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 มากที่สุด การใช้หุ่นมือในการสอน เหมาะสำหรับการสอนทุกวิชาแล้วแต่ว่าผู้สอนจะนำมาประยุกต์ได้อย่างไร การสอนโดยการใช้หุ่นมือเป็นการสอนที่ทำให้นักเรียนที่มีปัญหาในการเรียนช้า การขาดความมั่นใจในการตอบโต้กิจกรรมทั้งการฟังและการพูดเกิดความมั่นใจและกล้าตอบกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น โดยการใช้หุ่นมือเป็นผู้ช่วยในการตอบคำถามของพวกเขาและพวกเขาอาจเป็นผู้ช่วยหุ่นมือในบางขณะโดยครูผู้สอนแกล้งให้มอนตี้ตอบผิด ทำให้นักเรียนเห็นว่าการตอบผิดเป็นสิ่งที่ไม่น่าอายเลยทุกคนสามารถตอบผิดได้ไม่ใช่เรื่องที่แปลก ทำให้นักเรียนเห็นว่าหุ่นมือ มอนตี้เป็นเพื่อนนักเรียนของพวกเขาเอง พวกเขาสามารถช่วยมอนตี้ตอบคำถาม และต้องทำตัวให้น่ารัก ถ้าทำตัวมีปัญหามอนตี้ก็จะจากพวกเขาไปพวกเขาจะสูญเสียเพื่อนของพวกเขาไป พวกเขาเห็นมอนตี้เป็นเด็กนักเรียนเหมือนพวกเขาเพราะมอนตี้ก็ใส่ชุดนักเรียนของพวกเขา การวางแผนในการใช้การหุ่นมือในการสอนเรื่องที่สำคัญมากครูผู้สอนต้องเตรียมเรื่องมาเป็นอย่างดีว่าจะให้เด็กเรียนรู้อะไรบ้าง จะใช้คำพูดอย่างไร ถามอย่างไร ตอบอย่างไร

                  อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู  โดย รศ. สมศรี    เพ็ชรยิ้ม  รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและวิจัยด้านอนุบาลโรงเรียนสาธิตวิทยา

**************************************************************

การจัดการชั้นเรียน  :  การจัดการเด็กเก่งในชั้นเรียน

                  ในการสัมภาษณ์จะมีการยกตัวอย่างของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีที่ 3 และปีที่ 6โดยให้นักเรียนกลุ่มเก่งแบ่งกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ โดยชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จินตนาการจากรูปภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยให้โจทย์นักเรียนไว้ว่า ปีนี้มีนักเรียนที่กินอาหารโรงเรียน กินข้าวกล่องหรือกลับไปกินข้าวที่บ้านกี่คน ส่วนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก็ให้ศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของต้นหอม คำตอบที่ได้มาก็แตกต่างและหลากหลายกันไป

                    การศึกษาแบบนี้ทำให้เด็กได้จินตนาการ คิดและแสดงความคิดเห็น คิดเป็น มีเหตุผล การทำแบบนี้สามารถทำได้กับเด็กทุกๆคนไม่เฉพาะแต่เด็กเก่งเท่านั้น การที่มีเด็กเก่งอยู่ในห้องคุณครูจะต้องแบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กเก่ง เด็กปานกลาง และเด็กอ่อน โดยแบ่งเด็กเก่งและเด็กกลางเอาไว้ด้วยกัน ส่วยเด็กอ่อนก็ไปอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง ครูจะต้องวางแผนจัดการเรียนการสอนคุณครูจะต้องวางแผนจัดการเรียนการสอนไว้เป็นอย่างดีเพราะบางครั้งถ้าให้นักเรียนคละและเรียนร่วมกันกลุ่มเด็กอ่อนก็จะด้อย ส่วนเด็กเก่งก็จะเห็นแก่ตัวเพราะเห็นว่าตัวเองไม่ต้องไปพึ่งใคร ดังนั้นคุณครูจะต้องมีวิธีการจัดการกับนักเรียนด้วยการสอนเนื้อหาเดียวกัน ให้เด็กเก่งทำแบบฝึกหัด และถ้าใครเสร็จแล้วคุณครุก็จะมีเกมส์หรือแบบฝึกหัดเพิ่มมาให้เล่น โดยที่ใครจะเล่นหรือไม่ทำก็ได้ ส่วนเด็กอ่อนคุณครูก็จะต้องลดเนื้อหาและดูว่านักเรียนเข้าใจโจทย์ปัญหาหรือไม่ คุณครูต้องให้กำลังใจนักเรียนกลุ่มอ่อนเพื่อที่จะให้เด็กมีกำลังใจและภูมิใจในผลงานของตน

                   ในบางครั้งเด็กก็ไม่ได้เก่งแต่ในด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว คุณครูจะต้องเป็นผู้ติดตามและดูแลสนับสนุนนักเรียนไปในทางที่นักเรียนชอบและทำให้เด็กระสบความสำเร็จ

                   อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู  โดย รศ. สมศรี    เพ็ชรยิ้ม  รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและวิจัยด้านอนุบาลโรงเรียนสาธิตวิทยา

**************************************************************

การจัดการชั้นเรียน  : ครูใหม่ มัธยมศึกษา

                   การจัดการในชั้นเรียนของ แคลร์ฮีวิตต์  เป็นวิธีการจัดการชั้นเรียนที่ดี  แคลร์เป็นตัวอย่างที่ดีในการควบคุมอารมณ์  ความหนักแน่น  ความอดทนต่อพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน  ซึ่งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นวัยที่กำลังท้าทายมาก มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติกรรมที่ชอบลองของต่างๆ หากครูผู้สอนไม่สามารถจัดการหรือควบคุมสถานการณ์ได้  ก็จะนำไปสู่การลงโทษหรืออาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้  เรื่องของการจัดการควบคุมชั้นเรียนเป็นเรื่องหลักที่จะต้องแก้ไขก่อนที่จะถึงเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน  ซึ่งถ้าควบคุมชั้นเรียนไม่ได้แล้ว  ประสิทธิภาพการสอน  ย่อมไม่เกิดผลแน่นอน  แคลร์ได้ควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนโดยการตั้งกฎในห้องเรียน  ห้ามนักเรียนเข้าเรียนถ้าแต่งกายไม่เรียบร้อยและมาสาย ห้ามส่งเสียงดังในห้องเรียน เป็นต้น  ในการจัดการสอนของแคลร์ซึ่งเขาต้องสอนนักเรียนที่มีความสามารถต่ำ  ซึ่งเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ต้องแก้ไขและเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดของการสอน  คือ การสอนนักเรียนหลายระดับที่แตกต่างกัน  ซึ่งจะต้องสอนให้เหมาะกับนักเรียนทุกคน  ซึ่งระหว่างสอนพฤติกรรมของนักเรียนจะชอบนั่งโยกเก้าอี้  ฟุบลงกับโต๊ะ  ส่งเสียงดัง  ครูผู้สอนต้องเรียนรู้ที่จะทนรับกับรูปแบบการเรียนรู้แบบนั้น  การที่จะพัฒนากลยุทธ์การจัดการในชั้นเรียนเราอาจจะมีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำต่างๆ อย่างแคลร์เขาต้องการพัฒนาการจัดการชั้นเรียนของเขาให้ดีขึ้น  ซึ่งการทำให้เด็กตั้งใจเรียนทั้งชั่วโมงนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด  เราจะต้องจัดสรรให้พอดี  ใช้กิจกรรมช่วยอธิบายสิ่งที่เรียน  ทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างกัน แล้วจึงเปลี่ยนกิจกรรมทุก 5 -10  นาที  เพื่อให้เด็กตั้งใจเรียนต่อเนื่อง  และความหลากหลายคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้  การจัดการเรียนการสอนที่ดี คือ นักเรียนส่วนใหญ่ทำงานที่ได้รับมอบหมาย ได้เรียนรู้และไม่ย้ำอยู่กับที่ในเรื่องที่ครูสอนอย่างเดียว  ในฐานะครู พื้นฐานของการจัดการชั้นชั้นเรียนที่ดี คือ  การวางแผนที่ดีในการทำงาน  ต้องสร้างเงื่อนไขเพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจ สร้างข้อตกลงในชั้นเรียน สุดท้ายให้กำลังใจและคำชมเชยนักเรียนดีกว่าการลงโทษ

                    อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู   โดย   แคลร์ฮีวิตต์  อดีตพนักงานต้อนรับสายการบิน และผู้จัดการซูเปอร์มาเก็ต ปัจจุบันเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศสมัยใหม่ ที่โรงเรียนมัธยมแบบประสมพาร์กไซด์ ใกล้แบรดฟอร์ด

**************************************************************

การจัดการชั้นเรียน : จัดการชั้นเรียนดนตรี  ประถมศึกษาตอนปลาย

                  การพัฒนาของเฮเลน แม็กเกรเกอร์ จะมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านดนตรีที่ได้เรียนรู้มาตั้งแต่ปฐมเพื่อให้แต่งเพลงและแสดงออกมาอย่างมั่นใจซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเรียนของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยจะพัฒนาดังนี้

                  ส่วนแรกของการเรียนรู้คือ การแต่งเพลง โดยเด็กจะนำคำมาร้องและให้จังหวะของเพลง

                  ส่วนที่สองคือการแปลงให้เป็นเสียงเคาะแล้วเพิ่มจังหวะเข้าไป

                  เฮเลน แม็กเกรเกอร์ จะเข้านิเทศการสอนอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เฮเลนจะอธิบายการทำโครงการเพื่อเข้าสู่การสอน โดยจะให้เด็กเรียนรู้เองแล้วจึงใช้ซอฟแวร์ แต่การสอนนี้ยังมีข้อขัดแย้งอยู่คือบางเนื้อหายากที่เด็กจะเรียนรู้เองและอาจเกิดข้อผิดพลาดได้จึงมีการสอนก่อนที่จะใช้ซอฟแวร์ แต่จริงๆแล้วไม่อยากสิ่งที่ยากคือ ครูขาดประสบการณ์และไม่เคยผ่านการฝึกสอน วิธีการสอนของเฮเลนคือจะมุ่งเน้นการทำงานเป็นกลุ่มเพื่อให้เด็กได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เฮเลนจะมุ้งเน้นการทำงานกลุ่ม  เพื่อบรรลุเป้าหมายของบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนและเปิดโอกาสคิดอย่างเต็มที่และอีกอย่างคือการเรียนเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือ  แจ้งจุดประสงค์ของการเรียนและเฮเลนเองจะทำงานอย่างเต็มความตั้งใจเพราะเชื่อว่าเด็กจะเต็มที่กับการเรียนรู้

                อ้างอิงจากโทรทัศน์ครู  โดย  เฮเลน แม็กเกรเกอร์โรงเรียนคิงส์ฮิลล์

**************************************************************

เว็บไซต์เกี่ยว “การคิดเชิงระบบ”

1.  http://www.gotoknow.org/posts/136892   

เว็บไซต์นี้  เป็นเรื่อง  การคิดเชิงระบบ

2.  http://misdesign.sct.ac.th:81/academic/upload/papers/9ba1040ac5dc840d.pdf

เว็บไซต์นี้  เป็นเรื่อง  การคิดเชิงระบบ

3.  http://www.youtube.com/watch?v=eX67jUcha6E   

เว็บไซต์นี้  เป็นเรื่อง  การคิดเชิงระบบ จะป็น  youtube.

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.